"ดูครบทุกเรื่องหรือยัง? “หนังโลกคู่ขนาน” ที่สนุกที่สุด…จนกระทั่งคอหนังตัวจริงต้องดูสักหนึ่งครั้งให้ได้ในชีวิต!
ในช่วงศตวรรษที่ 21 ที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์รวมทั้งนักดาราศาสตร์มากมายหน้า ทั้งยัง Albert Einstein จนกระทั่ง Stephen Hawking ได้ศึกษาค้นพบกับหลักฐานการมีตัวตนของมิติที่ 4 ที่เรียกว่า “มิติยุคสมัย” ซึ่งในทางวิทยาศาสตร์นั้นจะเป็นตัวแปรที่ใช้อธิบายปรากฎการณ์ต่างๆในจักรวาล ทั้งรูหนอน หลุมดำ ไปจนกระทั่งบิ๊กแบง หรือการระเบิดขึ้นหนแรกซึ่งถือเป็นจุดเริ่มแรกของจักรวาล มนุษย์ยังเพิ่งเริ่มรู้จักแล้วก็เรียนหัวข้อนี้ได้ไม่นานเมื่อเทียบกับอารยธรรมมนุษย์ทั้งปวง
เช่นเดียวกับในกาลก่อน ที่โลกยังมีขอบ เป็นศูนย์กลางของจักรวาล และมนุษย์ไม่ทราบว่าแอ๊ปเปิ้ลมีแรงอะไรมากระทำให้ตกลงบนพื้นโลก มิติกาลเวลาที่เกี่ยวข้องกับกลศาสตร์ควอนตัมยังคงเต็มไปด้วยปัญหาที่รอคอยการพิสูจน์ รวมทั้งโลกคู่ขนานและมิติในขณะที่ซ้อนทับก็เช่นเดียวกัน โดยเหตุนี้นิยายแล้วก็หนังไซไฟวิทยาศาสตร์จำนวนมากก็นำมาเป็นวัตถุดิบสำหรับการสร้างสรรค์เรื่องราวสนุกๆที่เติมเต็มจินตนาการให้เหล่าวิทยาศาสตร์รวมทั้งดาราศาสตร์ด้วยในทางกลับด้วยเช่นเดียวกัน
วันนี้ What the Fact ขอนำเสนอหนังเพชรยอดมงกุฎของจักรวาลคู่ขนาน (Parallel Universe) ในหนังประเภทต่างๆเผื่อแฟนคลับที่ถูกใจหนังแนวนี้จะได้หามาดูกัน (บางเรื่องก็มีให้ชมแล้วบน Netflix)
แฟรนไชส์ Star Trek (1979-2016) : หนังมหากาพย์เผชิญภัยในอวกาศ
ดาราหนัง: William Shatner, Leonard Nimoy, DeForest Kelley, James Doohan, George Takei, Nichelle Nichols / Chris Pine, Zachary Quinto, Karl Urban, Zoe Saldana, Simon Pegg, John Cho
ผู้กำกับ: Robert Wise (The Sould of Music, Nicholas Meyer (Time after Time), J.J. Abrams (Star Wars 7,9), Justin Lin (The Fast Saga) (เป็นต้น)
ทุนสร้าง/รายได้ทั่วทั้งโลก: 875 / 2,267 ล้านเหรียญฯ (รวมทุกภาค)
หมวดของหนัง: ไซไฟ-แฟนตาซี
สนุกยังไง: หนังมหากาพย์อวกาศที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กับ Star ดูหนังออนไลน์ Wars แต่ในสหรัฐฯ นั้นดูจะผูกพันกับแฟรนไชส์ชุดนี้มากกว่าผู้ชมจากทั่วทั้งโลก (สะท้อนจากรายได้ของหนังเกือบทุกภาคที่ทำได้ดีมากกว่าในสหรัฐฯ มากยิ่งกว่าจากตลาดเมืองนอก) ถึงอย่างงั้น ทั้งเส้นทางของหนังที่เริ่มตั้งแต่ปี 1979 และก็ของซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่เดินคู่ขนานกันไป จนกระทั่งยุคสตรีมไม่งที่ Netflix ก็มี Star Trek: Discovery แล้วก็ช่อง CBS ก็มี Star Trek: Picard ที่ยังคงมีตอนต่อออกมาเรื่อยๆในขณะนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความริเริ่มคิดสร้างสรรค์จากเรื่องราวนี้ที่ไม่เคยหมดลงกล้วยๆ
อาจตรึกตรองจากไตรภาคหนังฉบับหลังสุดตั้งแต่ปี 2009-2016 ก็เล่าเกี่ยวกับรายละเอียดโลกคู่ขนานอย่างชัดเจน เมื่อนักแสดงสป็อคของ Leonard Nimoy ได้ผ่านยุคสมัยมาพบกับสป็อคของ Zachary Quinto ตั้งแต่ในภาคหนึ่ง ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงมิติคู่ขนานที่สป็อควัยแก่ได้ข้ามมาในไทม์ไลน์ของสป็อควัยหนุ่มอย่างเป็นอีกเส้นเวลาหนึ่งที่แยกออกจากกัน เมื่อ Leonard Nimoy เสียชีวิต หนังก็ยังอุทิศภาค 3 ให้กับเขาด้วย (ภาค 4 ยังปราศจากความก้าวหน้าจนถึงในขณะนี้จากค่าย Paramount"